การบริหารจัดการน้ำโดยให้เกษตรกรมีส่วนร่วม
( Participatory Irrigation Management : PIM )

การบริหารจัดการชลประทานโดยให้เกษตรกรมีส่วนร่วม หมายถึง การจัดการชลประทานหลวงโดยให้เกษตรกรซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ และการดำเนินงาน
โดยมีหลักการและเหตุผล  3  ประการ  

 1. นโยบายและมาตรการต่างๆ 

·       ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 8-9 เน้นนโยบายเพิ่มประสิทธิภาพ

·       ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 มีเป้าหมายกระจายอำนาจส่วนกลางองค์กรท้องถิ่นและประชาชน

·       มาตรการปรับลดอัตรากำลังของ ก.พ. และปฏิรูประบบราชการให้มีประสิทธิภาพ

 2. แรงกดดันจากกระแสสังคมเน้นความโปร่งใสและการมีส่วนร่วมในการดำเนินงานบริหารจัดการของภาครัฐ

 

3. แนวทางปรับปรุงภาครัฐ เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน ภาครัฐไม่สามารถแบกภาระที่เพิ่มขึ้นได้ จึงต้องวางแนวทางเพื่อปรับปรุงระบบตามแนวทางต่างๆ

3.1 แนวทางปฏิรูปโครงสร้างการบริหารจัดการชลประทาน

q       เน้นการสร้างความเข้าใจ ความเข้มแข็ง ปลูกฝังแนวคิดวิธีการทำงาน 

การมีส่วนร่วมจากองค์กรท้องถิ่นเพื่อเตรียมการรับการถ่ายโอนอำนาจหน้าที่ในการบริหารจัดการด้านชลประทานจากกรมชลประทานไปสู่องค์กรท้องถิ่น

3.2 แนวทางให้เกษตรกรมีส่วนร่วมในการออกค่าใช้จ่าย
                   - ค่าน้ำไม่มีการจัดเก็บเป็นเงิน

- มีส่วนร่วมในการบำรุงรักษา

- จัดตั้งกลุ่มผู้ใช้น้ำซ่อมแซม บำรุงรักษาระบบชลประทาน

3.3 แนวทางปฏิรูปโครงสร้างองค์กรภาครัฐ

 เน้นการปรับโครงสร้างองค์กรภาครัฐ เพื่อการกระจายอำนาจไปสู่องค์กรท้องถิ่น

- ให้ภาคเอกชนหรือองค์กรท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการมากขึ้น

-    พิจารณาวิธีดำเนินการจ้างเหมาบริหารปรับปรุงและบำรุงรักษาโครงการชลประทานมาดำเนินการ

 น้ำ... เป็นทรัพยากรที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของมวลมนุษย์ ความต้องการใช้น้ำทุกภาคส่วนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว  เช่น เพื่อการอุปโภค บริโภค  เพื่อการเกษตร และเพื่อการอุตสาหกรรม    ตามประชากรที่เพิ่มขึ้น และการขยายตัวของชุมชน  เพื่อการบริหารจัดการน้ำชลประทานให้มีความมั่นคงและยั่งยืน  สามารถรองรับการเจริญเติบโตของประเทศไทยในอนาคตกรมชลประทานจึงกำหนดนโยบายการบริหารจัดการน้ำชลประทานโดยให้เกษตรกรมีร่วมด้านการส่งน้ำและบำรุงรักษา นำมาใช้ในการบริหารจัดการน้ำชลประทานเพื่อเป็นการเสริมสร้างความเข็มแข็งขององค์กรผู้ใช้น้ำชลประทานและชุมชนผู้ใช้น้ำได้รับน้ำอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม การดำเนินงานการบริหารจัดการน้ำชลประทานโดยให้เกษตรกรมีส่วนร่วม      กรมชลประทานได้กำหนดกลไก  ในการดำเนินงาน   11  กิจกรรม เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ให้สอดคลองกับวัฒนธรรม  สังคม และสภาพภูมิประเทศแต่ละท้องถิ่น โดยให้คำนึงถึงเกษตรกร เป็นหลัก  ดังนี้ 

กิจกรรมที่ 1  การสร้างความเข้าใจการมีส่วนร่วม โดยการฝึกอบรม ประชุม ศึกษาดูงาน ให้แก่   เจ้าหน้าที่ เกษตรกรผู้ใช้น้ำ  องค์กรส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง   ได้รับความเข้าใจ

กิจกรรมที่ 2  การจัดทำข้อตกลงการมีส่วนร่วม   เมื่อเกษตรกรมีความเข้าใจในการบริหารจัดการน้ำชลประทาน และตกลงที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ จะมีการจัดทำข้อตกลงทั้ง 2 ฝ่าย คือเกษตรกร และ  ชลประทาน ถือเป็นการยืนยันมุ่งมั่นสมัครใจอย่างเป็นทางการ

กิจกรรมที่ 3  การจัดตั้งกลุ่มผู้ใช้น้ำชลประทาน (กลุ่มพื้นฐาน ) โดยมีการนัดประชุมสมาชิกผู้

                   ใช้น้ำในคูส่งน้ำสายเดียวกัน และคัดเลือกหัวหน้ากลุ่ม  รองหัวหน้ากลุ่ม โดยสมาชิกเป็นผู้คัดเลือก  การดำเนินการบริหารจัดการน้ำเป็นไปในทางเดียวกัน  และขึ้นบัญชีกับชลประทาน             

กิจกรรมที่4   การเสริมสร้างความเข้มแข็งองค์กรผู้ใช้น้ำชลประทาน  เมื่อมีการรวมตัวของกลุ่มผู้ใช้น้ำแล้ว เจ้าหน้าที่ชลประทานจะเข้าไปส่งเสริมความรู้อย่างต่อเนื่อง  โดยการพบปะเกษตรกร  ประชุมชี้แจง  การศึกษาดูงาน  การฝึกอบรม/สัมมนาการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น การจัดเวทีชุมชน   เพื่อเพิ่มความเข้าใจเพิ่มเติม ในการบริหารจัดสรรน้ำและบำรุงรักษา  การบริหารองค์กรผู้ใช้น้ำ  การจัดการกองทุน  และการยกระดับขององค์การให้สูงขึ้น

 กิจกรรมที่5  การยกระดับองค์กรผู้ใช้น้ำชลประทาน เมื่อสมาชิกผู้ใช้น้ำมีความเข้าใจและ  กลุ่มผู้ใช้น้ำกลุ่มพื้นฐาน  มีความเข้มแข็งเพียงพอ กลุ่มผู้ใช้น้ำพื้นฐานที่ใช้น้ำจากคลองส่งน้ำสายเดียวกัน  สามารถรวมตัวกันยกระดับฐานะ เป็นกลุ่มบริหารการใช้น้ำชลประทาน  และยกระดับเป็นกลุ่มเกษตรกรผู้ใช้น้ำ   หรือ เป็นสมาคมผู้ใช้น้ำชลประทาน หรือ   สหกรณ์ผู้ใช้น้ำชลประทาน ต่อไป

กิจกรรมที่6  การจัดตั้งคณะกรรมการจัดการชลประทานเพื่อการบริหารจัดการน้ำชลประทานโดยให้เกษตรกรมีส่วนร่วมในระดับอ่างเก็บน้ำให้มีประสิทธิภาพและการบริหารจัดการน้ำที่เป็นเอกภาพต้องมีการจัดตั้ง คณะกรรมการจัดการชลประทานโครงการประกอบด้วยตัวแทน4 ฝ่าย ได้แก่ ตัวแทนจากองค์กรกลุ่มผู้ใช้น้ำชลประทาน   ตัวแทนจากผู้นำท้องถิ่น   ตัวแทนจากเจ้าหน้าที่ชลประทาน   และตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง   ลงนามแต่งตั้ง โดยผู้ว่าราชการจังหวัด  ในฐานะ ประธานอนุกรรมการลุ่มน้ำ  เพื่อให้ตัวแทนในแต่ละฝ่ายมีส่วนร่วม  ในการตัดสินใจ  กำหนดหลักเกณฑ์การแบ่งน้ำ  กำหนดมาตรฐานการควบคุมการส่งน้ำและบำรุงรักษา  ส่งเสริมการผลิตด้านการเกษตร และการตลาด เพื่อให้ใช้ประโยชน์จากน้ำมีผลตอบแทนสูงสุด  โดยยึดหลัก  เสมอภาค  ทั่วถึง  และเป็นธรรม

กิจกรรมที่7   การจัดตั้งกองทุนชลประทาน    การดำเนินกิจกรรมขององค์กรกลุ่มผู้ใช้น้ำชลประทานจะมีค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเช่นค่าติดต่อประสานงานค่าเอกสาร ค่าเครื่องดื่มเป็นต้น  ค่าใช้จ่ายดังกล่าวจะได้มาจากการสมทบทุนจากสมาขิกผู้ใช้น้ำชลประทานการใช้จ่ายจากกองทุนจะมีกำหนดหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนมีการจัดทำบัญชีที่โปร่งใส สามารถตรวจสอบได้และเมื่อกองทุนมีมากขึ้น สามารถนำไปใช้ในการบำรุงรักษาระบบชลประทาน และอาคารชลประทานได้ 

 กิจกรรมที่ 8 การจ้างเหมางานบำรุงรักษาแก่กลุ่มผู้ใช้น้ำชลประทาน   ในการบำรุงรักษาระบบชลประทาน  กลุ่มผู้ใช้น้ำชลประทานจะรับผิดชอบในระบบคันคูน้ำ นอกเหนือจากนั้นชลประทานจะเป็นผู้ดำเนินการ ในรูปแบบดำเนินการเอง  หรือ จ้างเหมา    ในส่วนการดำเนินการจ้างเหมาควรพิจารณา องค์กรกลุ่มผู้ใช้น้ำชลประทานเป็นผู้ดำเนินการ เพื่อเป็นการเสริมความเข้มแข็ง และเป็นการปลูกฝังความรู้สึกความเป็นเจ้าของอาคารชลประทาน ของกลุ่มผู้ใช้น้ำ  และผลกำไรจากการดำเนินงานหลังจากแบ่งสรรแล้วส่วนที่เหลือสามารถนำไปเข้าเป็นกองทุนได้   
                
กิจกรรมที่ 9  การมีส่วนร่วมในการส่งน้ำบำรุงรักษา   การบริหารจัดการน้ำชลประทาน หมายถึงการส่งน้ำให้แก่พื้นที่ส่งน้ำ  และการบำรุงรักษาอาคารชลประทาน   โดยมีวัตถุประสงค์  เพื่อให้เกษตรกรได้รับน้ำทันตามเวลาที่ต้องการ  มีขั้นตอน   14  ขั้นตอน ดังนี้

1)      ชลประทานกำหนดพื้นที่เพาะปลูกพืช ให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุน

2)      เกษตรกรแจ้งความต้องการเพาะปลูกพืชให้หัวหน้ากลุ่ม  และแจ้งเจ้าหน้าที่ชลประทาน

3)      ชลประทานวางแผนการส่งน้ำ และปรับแผนการส่งน้ำให้สอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มผู้ใช้น้ำ

4)      ประชุมคณะกรรมการจัดการชลประทานโครงการเพื่อตกลงการส่งน้ำ

5)      แจ้งข้อตกลงการส่งน้ำแจ้งให้หัวหน้าคู และสมาชิกผู้ใช้น้ำ รับทราบ

6)      บำรุงรักษาคูส่งน้ำก่อนการส่งน้ำในแต่ละฤดูกาล

7)      ส่งน้ำตามแผนที่กำหนด และมีการปรับแผนการส่งน้ำตลอดฤดูกาล

8)      เจ้าหน้าที่ชลประทาน  ออกพบปะเกษตรกร

9)      เจ้าหน้าที่ชลประทาน วัดปริมาณน้ำที่ส่งให้เกษตรกร

10)  รายงานพื้นที่เพาะปลูก เปรียบเทียบกับพื้นที่เพาะปลูกจริง

11)  เจ้าหน้าที่ชลประทาน สำรวจผลผลิต ราคา และความพอใจในการส่งน้ำ

12)   เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล เพื่อติดตามและประเมินผล

13)  ประชุมคณะกรรมการเพื่อสรุปและประเมินผลการส่งน้ำ

14)  เจ้าหน้าที่ชลประทาน จัดทำรายงานสรุป ณ สิ้นฤดูกาล

 กิจกรรมที่ 10  การประเมินความเข้มแข็งองค์กรผู้ใช้น้ำฯ  ในเดือน  กันยายน  ของทุกปี  สมาชิกผู้ใช้น้ำจะตอบแบบสอบถามที่เจ้าหน้าที่ชลประทานนำมาแจกให้เพื่อให้เจ้าหน้าที่นำข้อมูลไปวิเคราะห์ความเข้มแข็งขององค์กรกลุ่มผู้ใช้น้ำ โดยจำแนกเป็น  อ่อนแอ  ปานกลาง  และเข้มแข็ง  ผลที่ได้สามารถนำไปวางแผนการส่งเสริมความเข้มแข็งให้แก่องค์กลุ่มผู้ใช้น้ำได้

กิจกรรมที่ 11  การจัดทำฐานข้อมูลพื้นฐานของโครงการ    โครงการต้องจัดทำข้อมูลเบื้องต้น โดยเจ้าหน้าที่ชลประทานดำเนินการอย่างต่อ  เนื่อง   ด้านวิศวกรรม  เช่น หัวงาน  ระบบส่งน้ำ  ข้อมูลด้านองค์กรกลุ่มผู้ใช้น้ำชลประทาน เช่น จำนวนกลุ่มผู้ใช้น้ำ จำนวนสมาชิกและพื้นที่ถือครอง  ด้วยนโยบายของกรมชลประทาน  จะบริหารจัดการน้ำร่วมกับเกษตรกร อย่างเคียงบ่าเคียงไหล  เป็นที่ปรึกษา ในการบริหารจัดการน้ำชลประทาน และร่วมกันแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ภายใต้ ปรัชญา     ร่วมกันคิด    ร่วมกันทำ     ร่วมกันรับผลประโยชน์   

          กรมชลประทาน มั่นใจว่า  ใน  11 กิจกรรม การบริหารจัดการน้ำชลประทานโดยให้เกษตรกรมีส่วนร่วม จะทำให้เกิดประโยชน์ ดังนี้

1.   เกษตรกรมีความรู้สึกเป็นเจ้าของโครงการชลประทาน มีการใช้น้ำอย่างประหยัด  รู้จักคุณค่าของน้ำ

2.   อาคารชลประทาน จะได้รับการดูแลเป็นอย่างดีจากองค์กรกลุ่มผู้ใช้น้ำ

3.   ลดปัญหาการขัดแย้งระหว่าง เกษตรกร กับเกษตรกร  และ เกษตรกร กับเจ้าหน้าที่ของรัฐ

4.   เกษตรกรมีรายได้มั่นคง และรายได้สูงขึ้น

5.   เกษตรกร  คือ หุ้นส่วนที่สำคัญที่จะเคียงคู่กับชลประทาน ในการมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความยั่งยืนในการบริหารจัดการน้ำชลประทาน

 การบริหารจัดการด้านการส่งน้ำของโครงการ ฯ กระเสียว

โครงการ ฯ กระเสียว  เป็นโครงการนำร่อง ในการบริหารจัดการน้ำชลประทานโดยให้เกษตรกรมีส่วนร่วม โดยเริ่มดำเนินการ ตั้งแต่ปี 2544  เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน  บริหารจัดการน้ำโดยให้เกษตรกรมีส่วนร่วมตั้งแต่อ่างเก็บน้ำกระเสียว จนถึงแปลงนา แบ่งการบริหารจัดการน้ำออกเป็น  3  ระดับ ดังนี้

Ø   การบริหารจัดการน้ำระดับโครงการฯ ดำเนินการโดยคณะกรรมการจัดการชลประทานโครงการกระเสียว  จะทำหน้าที่ร่วมกันบริหารจัดการน้ำตั้งแต่อ่างเก็บน้ำจนถึงระบบส่งน้ำ จำนวน  1  คณะ

Ø   การบริหารจัดการน้ำในระดับคลองส่งน้ำ  ดำเนินการบริหารจัดการน้ำโดยกลุ่มบริหารจัดการน้ำชลประทานร่วมกันบริหารจัดการน้ำภายในคลองส่งน้ำเพื่อนำไปสู่ระบบแปลงนา โดยมีคณะกรรมการของกลุ่มบริหารฯ  หัวหน้าเขต  ในเขตโครงการ ฯ มีกลุ่มบริหารฯ ทั้งสิ้น  9  กลุ่ม

Ø   การบริหารจัดการน้ำในระดับแปลงนา  เป็นการดำเนินการจัดการน้ำในแปลงนาโดยสมาชิกของแต่ละคูต้องร่วมกันบริหารจัดการน้ำกันเองโดยมีหัวหน้าคูส่งน้ำเป็นผู้นำ จะมีกลุ่มพื้นฐาน จำนวน  278  กลุ่ม 

กลับหน้าหลัก